VITAMIN SHOP , วิตามิน และ อาหารเสริมVITAMINSHOP
                 Vitamin & Supplement FOR 0 TO 100 YEARS
 
ความรู้เรื่องวิตามิน

: ปริมาณแคลเซียมที่แนะนำให้บริโภค สำหรับอายุ 1 ปี ขึ้นไป ถึง > 50 ปี ตาราง 6.1.1

 

ปริมาณแคลเซียมที่แนะนำให้บริโภค สำหรับอายุ 1 ปี ขึ้นไป ถึงวัยชรา

             อายุ 1-3 ปี และ 4-8 ปี การกำหนดปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับต่อวันในกลุ่มอายุนี้ พิจารณาจากปริมาณแคลเซียมที่บริโภคที่มีผลต่อการเพิ่มปริมาณมวลกระดูก แต่เนื่องจากช่วงอายุนี้ไม่มีข้อมูลการศึกษาในคนไทย จึงยึดตาม DRI ของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นหลักและพิจารณาเปรียบเทียบข้อมูลกับประเทศในแถบเอเชียซึ่งได้แก่ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี (ตารางที่ 6.1.1) ดังนั้นปริมาณแคลเซียมที่แนะนำให้บริโภคในเด็กอายุ 1-3 ปี เท่ากับ 500 มิลลิกรัมต่อวัน และเด็กอายุ 4-8 ปี เท่ากับ 800 มิลลิกรัมต่อ วัน

         อายุ 9-18 ปี การกำหนดปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับต่อวันในกลุ่มอายุนี้พิจารณาจากปริมาณแคลเซียมที่บริโภคที่มีผลต่อการเพิ่มปริมาณมวลกระดูก จากการศึกษาปริมาณแคลเซียมที่เด็กไทยปกติอายุ9 -14 ปีในกรุงเทพมหานคร ระหว่าง พ.ศ. 2539-2540 ซึ่งเป็นการศึกษาแบบ cross-sectional พบว่า ปริมาณแคลเซียมที่ได้รับในเด็กผู้ชาย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 746 มิลลิกรัมต่อวัน และ ค่ามัธยฐานเท่ากับ 647 มิลลิกรัมต่อวัน ในเด็กผู้หญิงมีค่าเฉลี่ยเทากับ 647 มิลลิกรัมต่อวัน และค่ามัธยฐานเท่ากับ 549 มิลลิกรัมต่อวัน เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลโดยแบ่งปริมาณแคลเซียมที่ได้รับออกเป็น quartileเด็กที่ได้รับอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมที่ quartile สูงสุด จะมีปริมาณมวลกระดูกสูงกวา quanile อื่นอย่างซัดเจน และเมื่อศึกษาเพิ่มเติมในเด็กกลุ่มนี้จำนวน 200 คน ใน พ.ศ. 2539-2541 โดยการเสริมแคลเซียม 500 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 1 ปี ทำให้ปริมาณแคลเซียมที่ได้รับทั้งหมดเท่ากับ 1,050 มิลลิกรัมต่อวัน พบว่ามีการสะสมมวลกระดูกเพิ่มขึ้น ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้วาปริมาณมวลกระดูกของเด็กไทยกลุ่มนี้ยังมีศักยภาพที่จะสูงขึ้นได้อีกถ้าบริโภคแคลเซียมเพิ่มขึ้นอีก 500 มิลลิกรัมต่อวัน การศึกษาในต่างประเทศพบว่า ถ้าเด็กได้รับแคลเซียมเกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน ยังพบการเพิ่มของปริมาณมวลกระดูก แต่จะเป็นปริมาณสูงสุดหรือไม่คงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป อย่างไรก็ตามเนื่องจากยังไมมีข้อมูลในเด็กไทยที่แสดงว่าการได้รับแคลเซียมเก็นกว่า 1 000 มิลลิกรัมต่อวันจะมีประโยชน์ในการเพิ่มปริมาณมวลกระดูกแก่เด็กจึงกำหนดปริมาณแคลเซียมที่แนะนำให้บริโภคของเด็กอายุ 9-18 ปี ไว้เท่ากับ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน

            อายุ 19-50 ปี การกำหนดปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับต่อวันในกลุ่มอายนี้พิจารณาจากปริมาณแคลเซียมที่บริโภคที่มีผลต่อปริมาณมวลกระดูก พ.ศ.2536 มีการศึกษาในคนไทยที่มีสุขภาพดีอายุระหว่าง 20-80 ปี และอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 396 คน พบว่า ค่าเฉลี่ยของปริมาณแคลเซียมที่คนไทยบริโภคเท่ากับ 361 มิลลิกรัมต่อวัน พ.ศ. 2547 มีรายงานการศึกษาการบริโภคแคลเซียมของคนไทยในจังหวัดขอนแกนพบว่าค่าเฉลี่ยของปริมาณแคลเซียมที่คนขอนแก่นบริโภคเท่ากับ280 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าคนกรงเทพมหานคร แต่มีปริมาณมวลกระดูกใกล้เคียงกัน ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าเนื่องจากกลุ่มตัวอย่างที่จังหวัดขอนแก่นมีการเคลื่อนไหวร่างกายและได้รับแสงแดดมากกว่ากลุ่มตัวอย่างทีกรุงเทพมหานครอย่างชัดเจน เนื่องจากการศึกษาดังกล่าวข้างต้นไม่เห็นความเเตกต่างของปริมาณแคลเซียมที่บริโภคต่อปริมาณมวลกระดูกได้ชัดเจนจึงยังคงแนะนำให้บริโภคแคลเซียมตามเดิมคือ 800 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งหากกำหนดปริมาณแคลเซียมมากกว่านี้เข้าใจว่าประชากรกลุ่มนี้จะบริโภคแคลเซียมตามที่แนะนำไม่ได้ เพราะพบข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 การศึกษาว่ามีผู้บริโภคแคลเซียมเกิน 800 มิลลิกรัมต่อวันน้อยกว่าร้อยละ 5 นอกจากนี้ยังไม่มีการศึกษาในคนไทยที่บ่งชี้ว่าการบริโภคแคลเซียมมากกวา 800 มิลลิกรัมต่อวัน จะมีประโยชน์ต่อการเพิ่มมวลกระดูก อย่างไรก็ดีประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี กำหนดปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับเท่ากับ 600 และ 700 มิลลิกรัมต่อวันตามลำดับซึ่งยังต่ำกว่าปริมาณที่แนะนำสำหรับคนไทย (ตารางที่ 6.1.1)ผู้ใหญ่

          อายุมากกว่า 50 ปี การกำหนดปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับต่อวันในกลุ่มอายุนี้พิจารณาจากปริมาณแคลเซียมที่บริโภคที่มีผลต่อการเพิ่มปริมาณมวลกระดูกจากการศึกษาในต่างประเทศพบว่า ถ้าให้แคลเซียมเสรีม 800-1,000 มิลลิกรัมต่อวันร่วมกับวิตามินดี 400-800 หน่วยสากล สามารถลดอุบัติการการหักของกระดูกบริเวณสะโพกได้  ปริมาณแคลเซียมที่กลุ่มตัวอย่างนี้ได้รับทั้งหมดมีค่า1,000-1,200 มิลลิกรัมต่อวัน อย่างไรก็ดีกลุ่มตัวอย่างนี้บริโภคแคลเซียมจากอาหารในระดับต่ำซึ่งใกล้เคียงกับการบริโภคแคลเซียมของคนไทย การกำหนดปริมาณแคลเซียมในกลุ่มอายุนี้พิจารณาจากข้อมูลต่างประเทศว่าการบริโภคแคลเซียมมากขึ้นปริมาณมวลกระดูกยังสูงขึ้นได้ และการกำหนดปริมาณ แคลเซียมสำหรับกลุ่มอายุนี้ควรจะสูงกว่ากลุ่มอายุ 19-50 ปี เพราะว่าการสลายแคลเซียมออกจากกระดูกมีมากขึ้นในช่วงหมดประจำเดือนและการดูดซึมแคลเซียมลดลง เนื่องจากการศึกษาในคนไทยพบว่าปริมาณแคลเซียม ที่บริโภคต่อวันไม่ถึง 600 มิลลิกรัมจึงควรมีการแนะนำให้บริโภคอาหารที่เป็นแหลงแคลเซียมที่ดีให้มากขึ้นดังนั้นปริมาณแคลเฬียมทึ่แนะนาให้บริโภคในผู้ใหญ่อายุมากกว่า50ปีเท่ากับ1,000 มิลลิกรัมด่อวันหญิงตั้งครรภ์ การกำหนดปริมาณแคลเซียมในกลุ่มอายุนี้ พิจารณาจากปริมาณแคลเซียม ที่บริโภคที่มีผลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์และการรักษาปริมาณมวลกระดูกของมารดา จากการศึกษาในหญิงตั้งครรภ์ที่ขาดสารอาหารและได้รับแคลเซียมเสริม 300 และ 600 มิลลิกรัมต่อวันตามลำดับที่ประเทศแกมเบียพบว่า ความหนาแน่นของกระดูกของทารกซึ่งเกิดจากหญิงตั้งครรภ์ที่เสริมและไม่เสริมแคลเซียมไม่แตกต่างกันทางสถิติ เนื่องจากในช่วงตั้งครรภ์มีการปรับตัวโดยที่ร่างกายสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงทำให้การดูดซึมแคลเซียมเพิ่มขึ้นด้วยและยังช่วยป้องกันการสลายแคลเซียมออกจากกระดูก จึงไม่จำเป็นที่หญิงตั้งครรภ์จะต้องได้รับแคลเซียมเพิ่มขึ้น แต่ถ้าก่อนตั้งครรภ์ได้รับแคลเซียมตามปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวันก็จำเป็นต้องบริโภคแคลเซียมเพิ่มขึ้นในซ่วงตั้งครรภ์ ทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมตามปริมาณที่ควรได้รับคือ 800 มิลลิกรัมต่อวัน อนึ่งหญิงตั้งครรภ์ที่อายุน้อยกว่า 19 ปีต้องได้รับปรีมาณแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวันหญิงให้นมบุตร การกำหนดปร็มาณแคลเซียมในกลุ่มอายุนี้พิจารณาจากปริมาณแคลเซียมที่บริโภคซึ่งมีผลต่อปริมาญแคลเซียมในน้ำนมแม่และการรักษาปริมาณมวลกระดูกของมารดา จากการศึกษาในหญูิงให้นมบุตรทีบริโภคแคลเซียมต่ำและได้รับแคลเซียมเสริมเป็นเวลา 1 ปี ทีประเทศแกมเบียพบว่า ปริมาณแคลเซียมในน้ำนมแม่และปริมาณมวลกระดุกของมารดาไม่มีความแตกต่างระหว่างมารดาที่ได้รับการเสริมและไม่เสริมแคลเซียม แม้ว่าจะเกิดการสูญเสียมวลกระดูกในช่วงที่มารดาให้นมบุตร แต่ปริมาณมวลกระดูกจะกลับคืนมาเหมือนเดิมหลังจากหย่านมแม่แล้ว ตังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มปริมาณแคลเซียมที่บริโภคในช่วงนี้ อย่างไรก็ดีปริมาณแคลเซียมที่มารดาได้รับในช่วงนี้ต้องเท่ากับปริมาณแคลเซียมที่มารดาควรได้รับก่อนตั้งครรภ์คือ 800 มิลลิกรัมต่อวันอนึ่งหญึงให้นมบุตรที่อายุน้อยกว่า 19 ปีต้องได้รับปริมาณแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวันปริมาณแคลเซียมอ้างอิงทีควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทยในทุกช่วงอายุแสดงไว้ใน ตารางที่ 6. 1. 1

ตาราง 6.1.1 ปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับต่อวันของประเทศต่างๆ รวมทั้งของคนไทย


หมวดความรู้:calcium
 
รวม 333  บทความ : ลง 11/1/2555 16:07:07: แก้ไข : 12/7/2017 6:29:34 PMแก้ไขบทความแก้ไข