VITAMIN SHOP , วิตามิน และ อาหารเสริมVITAMINSHOP
                 Vitamin & Supplement FOR 0 TO 100 YEARS
 
ความรู้เรื่องวิตามิน

: ภาวะผิดปกติ/ภาวะเป็นโรคของวิตามินดี

 

ภาวะผิดปกติ/ภาวะเป็นโรคของวิตามินดี

ผลของการขาดวิตามินดี

          ผลของภาวะขาดวิตามินดีต่อร่างกายขึ้นกับความรุนแรงและระยะเวลาที่มีสาเหตุและปัจจัยต่าง าซึ่งทำให้การสังเคราะห์วิตามินดีที่ผิวหนัง และการได้รับวิตามินดีจากอาหารลดลง โดยในระยะเริ่มแรกจะมีการนำ 25(OH)D ที่สะสมในร่างกายมาเปลี่ยนรูปเป็น 1,25(OH) อ เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลให้ร่างกายยังคงมีระดับ 1,25(OH)ในเลือดเพื่อออกฤทธิ์ต่อร่างกายเป็นปกติ ในระยะนี้ระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในเลือด รวมทั้งปริมาณมวลกระดูก (bone mass) ยังเป็นปกติ แต่จะมีปริมาณ25(OH)D สะสมในร่างกายและระดับ 25(OH)Dในเลือดลดลง ระยะนี้อาจเรียกว่า ภาวะพร่องวิตามินดี(vitamin D insufficiency) ระดับ 25(OH)D ในเลือดที่ต่ำที่สุดซึ่งยังสามารถรักษาให้ระดับ1,25(OH)2D ในเลือดยังเป็นปกติได้อยที่ประมาณ 12-15 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร เมื่อสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้มีภาวะพร่องวิตามินดียังคงมีอยู่ต่อเนื่องเป็นเวลานานขึ้น ระดับ 25(OH)D ในเลือดจะลดต่ำลงมากขึ้นจนทำให้ระดับ 1,25(OH)ในตลอดเริ่มลดต่ำลงซึ่งจะเป็นผลให้การดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่ทางเดินอาหารลดลง และระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในเลือดลดต่ำลงระดับแคลเซียมที่ต่ำลงในเลือดจะกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนพาราธัยรอยด์เพิ่มขี้น ฮอร์โมนพาราธัยรอยด์ที่หลั่งเพิ่มขึ้นนี้จะออกฤทธิ์กระตุ้นออสตีโอคลาสท์ให้ทำการสลายกระดูกเพิ่มขึ้นเพื่อให้แคลเซียมเคลื่อนออกจากกระดูกเข้าสู่กระแสเลือดเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาระดับแคลเซียมในเลือดให้เพิ่มขึ้นสู่ระดับใกล้เคียงปกติมากที่สุด ในการนี้จะทำให้เกิดการสูญเสยมวลกระดูกและปริมาณมวลกระดูกลดลงการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสรีรวิทยาดังกล่าวที่เกิดขึ้นในภาวะขาดวิตามินดีในระยะนี้จะทำให้ร่างกายยังคงรักษาระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ แต่จะเริ่มมีปริมาณมวลกระดูกลดลงซึ่งเป็นผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน (osteoporosis) และกระดูกหักได้ โดยระดับ 25(OH)Dในเลือดที่เริ่มกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนพาราธัยรอยด์และทำให้เริ่มมีการปลี่ยนแปลงที่กระดูกมักอยู่ที่ต่ำกว่า 10 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร 

          เมื่อมีการขาดวิตามินดีในระดับที่รุนแรงขึ้นและต่อเนื่องเป็นเวลานานระดับ 25(OH)D และ 1,25(OH)2D ในเลือดลดต่ำลงมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลให้ระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในเลือดต่ำลงมากขี้น และฮอร์โมนพาราธัยรอยด์ที่ถูกกระตุ้นให้มีการหลั่งมากขึ้นนอกจากจะกระตุ้นการสลายกระดูกเพิ่มขึ้นดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังกระตุ้นออสตีโอบลาสท์ให้ทำการสร้างกระดูกเพิ่มขึ้นโดยการผลิตเนื้อสารอินทรีย์เพิ่มขึ้นเพื่อรับการจับผลึกแคลเซียมต่อไป แต่เนื่องจากระดับแคลเซียมและฟอสฟอรัสต่ำ ในเลือดทำให้การจับผลึกแคลเซียมที่เนื้อสารอินทรีย์ เพียงพอกระบวนการสร้างกระดูกจึงไม่สมบูรณ์ซึ่งเป็นผลให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลงและเกิดเป็นโรคกระดูกอ่อนโดยที่เกิดขึ้นในวัยเด็กจะเรียกว่า rickets และที่เกิดขึ้นในวัยผู้ใหญ่จะเรียกว่า osteomalaciaระดับ 25(OH)D ที่ทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อนมักจะตำกว่า 4-5 นาโนกรัมตอมิลลิลิตรลักษณะทางคลินิกของภาวะขาดวิตามินดีจะขึ้นกับความรุนแรงของภาวะขาดวิตามินดีที่เกิดขึ้น ได้แก่ ภาวะแคลเซียมต่ำในเลือด ภาวะฟอสฟอรัสต่ำในเลือด ระดับฮอร์โมนพาราธัยรอยด์สูงในเลือด กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกระดูก ในเด็กจะมีการเจริญเติบโตซ้า ฟันขึ้นช้าและไม่สมบูรณ์ ปริมาณมวลกระดูกสูงสุด (peak bone mass) ไม่สูงเท่าที่ควร และกระดูกแขนขาโค้งงอเนื่องจากการจับแคลเซียมที่กระดูกไม่สมบูรณ์ทำให้กระดูกอ่อนไม่แข็งแรงและมีการโค้งงอจากการรับน้ำหนักตัว และมีการหักได้ง่าย  สำหรับในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุมักพบว่ามีปริมาณมวลกระดูกต่ำและมีโรคกระดูกพรุนซึ่งทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดึงและเกิดการหักได้ง่าย ส่วนภาวะกระดูกโค้งงอมักไม่พบยกเว้นในผู้ที่มีภาวะขาดวิตามินดีอย่างรุนแรงมากแลเป็นเวลานาน


หมวดความรู้:vitamind
 
รวม 333  บทความ : ลง 10/1/2555 11:53:11: แก้ไข : 11/18/2018 7:30:14 PMแก้ไขบทความแก้ไข