VITAMIN SHOP , วิตามิน และ อาหารเสริมVITAMINSHOP
                 Vitamin & Supplement FOR 0 TO 100 YEARS
 
ความรู้เรื่องวิตามิน

: แหล่งของวิตามินดี

 

แหล่งของวิตามินดี

          วิตามินดี (D) ในร่างกายมี 2 ธนิด แบ่งตามต้นกำเนิดในการสังเคราะห์ ได้แก่ วิตามินดี 2 (D )หรือ ergocalciferol ซึ่งเป็นวิตามินดีส่วนน้อยในร่างกาย และวิตามินดี 3 (D3) หรือ cholecalciferoซึ่งเป็นวิตามินดีส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดในร่างกาย วิตามินดี 2 สังเคราะห์มาจากสารต้นกำเนิด คือergosterol ซึ่งอยู่ในยีสต์และพืชบางชนิด ดังนั้นร่างกายจะได้รับวิตามินดี 2 จากการกินอาหารจำพวกพืชที่มีวิตามินดี 2 อยู่ตามธรรมชาติ หรือจากการกินอาหารที่ได้รับการเสริมด้วยวิตามินดี 2(vitamin D fortified diet) หรือการกินวิตามินดี 2 ที่เตรียมในรูปยาเม็ดเท่านั้น สำหรับวีตามินดี 3ส่วนใหญ่ได้จากการสังเคราะห์ขึ้นเองอย่างเพียงพอที่ผิวหนัง โดยอาศัยแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นการสังเคราะห์ (photobiosynthesis) และส่วนน้อยได้จากการกินอาหารจำพวกสัตวที่มีวิตามินดี 3 อยู่ตามธรรมซาติ( ” ) หรือจากการกินอาหารที่ได้รับการเสริมด้วยวิตามินดี 3 หรือการกินวิตามินดี 3 ในรูปยาเม็ดวิตามินดี 3 ที่ได้จากการสังเคราะห์ที่ผิวหนังร่างกายคนสามารถสังเคราะห์วิตามินดี 3ได้เองที่ผิวหนังโดยส่วนใหญ่ (มากกว่าร้อยละ 90) เกิดขึ้นที่ชั้นหนึ่งกำพร้า (epidermis) โดยเฉพาะในส่วนของ stratum basฉ่e และ stratum spinosum และส่วนน้อย (น้อยกว่าร้อยละ 5) เกิดขึ้นที่ธั้นหนังแท้ (demis)( ) กระบวนการสังเคราะห์วิตามินดี 3 เริ่มต้นจากเมื่อผิวหนังได้รับแสงแดด ผิวหนังจะดูดซับแสงอุลตราไวโอเล็ตบี (UVB) จากแสงแดดซึ่งมีพลังงานที่ช่วงความยาวคลื่น 290-320 นาโนเมตร  เพื่อไปทำการเปลี่ยน 7-dehydrocholesterol (7-DHC) (ซึ่งเปลี่ยนมาจากโคเลสเตอรอล) ทีผิวหนังให้เป็น previtamin อ โดยกระบวนการtransfomatlon และต่อมา previtamin D3 จะถูกเปลี่ยนโดยความร้อนต่อไปเป็นวิตามินดี 3 ภายในเวลา 2-3 ชั่วโมงโดยกระบวนการ isomerization และ transformation ตามลำดับ( จากนั้นวิตามินดี 3 จะถูกลาเลียงจากผิวหนังเข้าสู่กรัมแสเลือดโดยกระบวนการ translocation โดยการจับกับโปรตีนที่เรียกว่า vitamin D-bindingprotein เพื่อนำวิตามินดี 3 เข้าสู่กรับวนการเมตาบอลิสมต่อไป(23ในผู้ที่ได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ

          ปริมาณวิตามินดี 3 ที่ร่างกายสังเคราะหด้ที่ผิวหนังจะเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายโดยที่การได้รับแสงแดดทั่วทั้งตัวในปริมาณที่ทำให้ผิวหนังเริ่มมีสีแดงเล็กน้อย(minimal ethemal dose) เพียง 1 ครั้ง จะสามารถกระตุ้นให้ผิวหนังสังเคราะหวีตามินดี 3 ได้ในประมาณที่เทียบเท่ากับการรับประทานวิตามินดี ในขนาด 10 000-75 000 หน่วยสากลในคนหนุ่มสาวและในปริมาณที่น้อยกว่าในคนสูงอายุ( ) แม้ว่าผิวหนังจะสามารถสังเคราะห์วิตามินดี 3 ได้เป็นจำนวนมากและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจากการได้รับแสงแดดเพียงจำนวนไม่มาก แต่ร่างกายจะมีกลไกควบคุมไม่ให้ผิวหนังสังเคราะห์วิตามินดี 3 มากเกินไปเมื่อได้รับแสงแดดเป็นจำนวนมากโดยเมื่อ UVB ทำการกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์ previtamtin D3 ในขณะเดียวกัน UVB จะทำให้previtamin D3 ที่สังเคราะห์ได้เปลี่ยนรูปเป็น lumisterol และ tachysterol และทำใหพวตามินดี 3 เปลี่ยนรูปเป็น suprasterol-1 suprasterol-2 และ 5,6-trans-vitamin อ ซึ่งไม่มีฤทธิ์ทางซีวภาพของวิตามินดี  ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการสังเคราะห์วิตามินดี 3 ที่ผิวหนัง ได้แก่ อายุ และปริมาณแสงแดดที่ได้รับ การสังเคราะห์วิตามินดี 3 ที่ผิวหนังจะลดลงในผู้สูงอายุ โดยในผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี จะสามารถสังเคราะห์วิตามินดี 3 ได้น้อยกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณวิตามินดี 3 ที่สามารถสังเคราะห์ได้ในผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาวเมื่อได้รับแสงแดดในปริมาณที่เท่ากัน

          ทั้งนี้เนื่องจากผู้สูงอายุมีปริมาณนmesterified7-DHC ที่ผิวหนังชั้นหนังแท้ลดลง  ปริมาณแสงแดดที่ร่างกายได้รับขึ้นกับปัจจัยหลายประการ ที่สำคัญได้แก่ สีผิวหนังซึ่งถูกกำหนดโดยปริมาณเม็ดสมีลานิน (melanin) เครื่องนุ่งห่ม ซ่วงเวลาในระหว่างวันที่ได้รับแสงแดด ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ตามแนวเส้นศูนย์สูตรของถิ่นที่อยู่อาศัย ฤดูกาล และพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวันที่เกี่ยวข้องกับการได้รับแสงแดด สำหรับเม็ดสีมีลานินนั้นมีคุณสมบัติเป็นตัวกรองแสงแดด และสามารถแข่งกับ 7-DHC ในการดูดซับแสง UVB ดังนั้นคนผิวดำซึ่งมีเม็ดสีมีลานินมากจะมีการสังเคราะห์วิตามินดี 3 ที่ผิวหนังน้อยกว่าคนผิวขาวซึ่งมีเม็ดสีมีลานินน้อยกว่าเมื่อได้รับแสงแดดในปริมาณที่เท่ากัน และถ้าต้องการให้คนผิวดำสังเคราะห์วิตามินดี 3 ในปริมาณที่เท่ากับคนผิวขาวคนผิวดำจะต้องได้รับแสงแดดนานขึ้น  อย่างไรก็ตามการศึกษาในคนผิวคล้ำ (เช่นชาวอินเดีย และปากีสถาน) พบว่าความสามารถในการสังเคราะห์วิตามินดี 3 ที่ผิวหนังไม่แตกต่างจากคนผิวขาวชาวคอเคเชียน ข้อมูลดังกล่าวพออนุมานได้ว่าสีผิวของคนไทยซึ่งมีความคล้ำใกล้เคียงกับหรือน้อยกว่าคนอินเดียไม่น่าจะมีผลต่อการสังเคราะห์วิตามินดี 3 ที่ผิวหนัง การสังเคราะห์วิตามินดี 3 มีการเปลี่ยนแปลงตามปริมาณแสงแดดที่ได้รับตามฤดูกาล และตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ตามแนวเส้นศูนย์สูตรของถิ่นที่อยู่อาศัย เช่น ในแถบประเทศที่มีอากาศหนาวซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่อยู่เหนือต่อ latitude 40 เหนือและใต้ต่อ latitude 40 ใต้ แสงแดดจะมีคุณสมบัติน้อยในการกระตุ้นการสังเคราะหิวตามินดี 3ในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนตุลาคมถึงมีนาคมเมือเทียบกับช่วงฤดูอื่น ๆ เนื่องจากแสง UVB ถูกดูดซับโดยบรรยากาศซั้นโอโซน และในตำแหน่งที่อยู่ใกล้ขั้วโลกช่วงเวลาที่แสงแดดมีคุณสมบัติน้อยในการกระตุ้นการสังเคราะห์วิตามินดีจะยิ่งนานขึ้น อย่างไรก็ตามการสังเคราะห์วิตามินดี 3 ได้น้อยลงในช่วงฤดูหนาวดังกล่าวจะไม่เป็นปัญบหาในเด็กและผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาวที่ได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ

          เนื่องจากผิวหนังสามารถสังเคราะห์วิตามินดี 3 ในช่วงฤดูอื่น ๆ ได้ในปริมาณที่เพียงพอที่จะสะสมที่เนื้อเยื่อไขมันเพื่อให้ร่างกายนำวิตามินดี 3 ไปใช้ในช่วงฤดูหนาว โดยไม่จำเป็นต้องได้รับวิตามินดีเสริมจากอาหารเป็นพิเศษ  แต่ในผู้สูงอายุซึ่งมีความสามารถในการสังเคราะห์วิตามินดี 3ลดลงจะมีวิตามินดีสะสมที่เนื้อเยื่อไขมันน้อยและม้โอกาสเกิดภาวะขาดวิตามินดีได้ง่ายในช่วงฤดูหนาวดังนั้นผู้สูงอายุที่อยู่ในแถบประเทศที่มีภูมิอากาศหนาวจึงมีความจำเป็นต้องได้รับวิตามินดีเสริมจากอาหารมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว สำหรับในแถบประเทศที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรแสงแดดจะมีคุณสมบัติที่สามารถกระตุ้นการสังเคราะห์วิตามินดี 3 ได้ตลอดปี การศึกษาที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราซพยาบาลพบว่า อาสาสมัครคนไทยที่มีสุขภาพแข็งแรงดีมีระดับ 25(OH)D ในเลือดไม่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มที่ได้รับการศึกษาในช่วงฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว ซึ่งแสดงว่าประชากรในประเทศไทยซึ่งอยู่ในแถบใกล้เส้นศูนย์สูตรสามารถสังเคราะห์วิตามินดี 3 ที่ผิวหนังได้ตลอดปีโดยไม่มีปัญหาในการสังเคราะห์วิตามินดี 3 ลดลงในบางฤดูกาลดังเช่นในประเทศที่มีอากาศหนาว นอกเหนือจากปัจจัยดังกล่าวแล้วเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม  และการใช้ครีมกันแดด  ก็มีผลขัดขวางการสังเคราะห์วิตามินดี 3ที่ผิวหนังอย่างมาก ตัวอย่างเช่น การใช้ครีมกันแดดที่มีค่าความสามารถป้องกัน แสงแดด (sun-protectionfactor sPF) เพียง 8 จะทำให้การสังเคราะห์วิตามินดี 3 ที่ผิวหนังลดลงร้อยละ 95 ดังนั้นการใช้ครีมกันแดดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานสามารถทำให้เกิดภาวะการขาดวิตามินดีได้ เนื่องจากการใช้ครีมกันแดดมีประโยชน์อย่างมากในการป้องกันผีวหนังมิให้มีอันตรายหรือเป็นโรคมะเร็งผิงหนังจากการสัมผัสแสงแดดในปริมาณมาก ความรู้ดังกล่าวนำมาสู่การปฏิบัติว่าจะรับแสงแดดอย่างน้อยในปริมาณเท่าใดจึงทำให้ผิวหนังสามารถสังเคราะห์วิตามันดี 3 ได้เพียงพอ ในผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี ต้องสวมใส่เส้อผ้าปกติที่ทำให้ผิวหนังได้รับแสงแดดที่หน้า แขน และมือ การได้รับแสงแดดเพียงวันละ 5-15นาที (ขึ้นกับความไวของผิวหนังต่อแสงแดด) อย่างสม่ำเสมอก็เพียงพอที่จะกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์วิตามินดี 3 ที่ผิวหนังในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย  และการใช้ครีมกันแดดให้ได้ประโยชน์สูงสุดโดยไม่มีผลรบกวนการสังเคราะห์วิตามินดี 3 สามารถทำได้โดยการให้ผิวหนังได้รับแสงแดดซ่วงสั้นเพียงเพื่อให้ผิวหนังเริ่มมีสีแดงเกิดขึ้นแล้วค่อยทาครีมกันแดดเพื่อม็ให้ผิวหนังได้รับอันตรายจากการได้รับแสงแดดเพิ่มขึ้น


หมวดความรู้:vitamind
 
รวม 333  บทความ : ลง 10/1/2555 11:32:08: แก้ไข : 7/19/2018 2:44:50 AMแก้ไขบทความแก้ไข